บทความ
Article
โปรโมชั่นพิเศษ
Special
Promotions

ไขข้อข้องใจ! คอลลาเจนไดเปปไทด์กับไตรเปปไทด์ ต่างกันอย่างไร? แบบไหนดีกว่ากัน

คอลลาเจนไดเปปไทด์กับไตรเปปไทด์ต่างกันอย่างไร

เมื่อพูดถึงการดูแลผิวพรรณและความงาม หลายคนมักนึกถึงคอลลาเจนเป็นอันดับต้น ๆ แต่ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนมีตัวเลือกที่หลากหลายมาก โดยเฉพาะแบบไดเปปไทด์และไตรเปปไทด์ ซึ่งทำให้เกิดคำถามยอดฮิตว่าสองชนิดนี้คืออะไรกันแน่ และแบบไหนจะดีต่อผิวของเรามากกว่ากัน เราเข้าใจดีว่าการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ ในบทความนี้ Dr. Bank Clinic จะมาไขข้อข้องใจว่า คอลลาเจนไดเปปไทด์กับไตรเปปไทด์ต่างกันอย่างไร พร้อมแนะนำแนวทางการเลือกที่เหมาะสมกับตัวคุณ เพื่อให้การลงทุนดูแลตัวเองของคุณเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด   

คอลลาเจนไดเปปไทด์ (Collagen Dipeptide) คืออะไร 

คอลลาเจนไดเปปไทด์ (Collagen Dipeptide) คือคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการย่อยด้วยเอนไซม์ (Hydrolysis) จนมีขนาดเล็กมาก ๆ เหลือเพียงกรดอะมิโน 2 ตัวมาเชื่อมต่อกันเท่านั้น โมเลกุลที่สำคัญที่สุดในกลุ่มนี้คือ Proline-Hydroxyproline (PO) และ Hydroxyproline-Glycine (OG) ด้วยขนาดที่เล็กเป็นพิเศษ ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้และมีประสิทธิภาพสูง  

คอลลาเจนไตรเปปไทด์ (Collagen Tripeptide) คืออะไร 

คอลลาเจนไตรเปปไทด์ (Collagen Dipeptide) คือคอลลาเจนที่ถูกย่อยจนเหลือโครงสร้างของกรดอะมิโน 3 ตัวเชื่อมต่อกัน แม้จะมีขนาดใหญ่กว่าไดเปปไทด์เล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่าเป็นโมเลกุลขนาดเล็กกว่าคอลลาเจนปกติ (Hydrolyzed Collagen) มาก โดยโครงสร้างที่เป็น Tripeptide ที่ถูกดูดซึมได้ดีมักมีลำดับกรดอะมิโนเป็น Glycine-Proline-Hydroxyproline (GPH) ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรงเช่นกัน และนำไปเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์คอลลาเจนได้ทันที  

คอลลาเจนไดเปปไทด์กับไตรเปปไทด์ ต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดของคอลลาเจนทั้งสองชนิดนี้ คือขนาดซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการดูดซึมและประสิทธิภาพในการนำไปใช้ที่แตกต่างกันออกไปดังต่อไปนี้  

คุณสมบัติคอลลาเจนไดเปปไทด์ (Dipeptide) คอลลาเจนไตรเปปไทด์ (Tripeptide) 
ขนาดโมเลกุล เล็กกว่ามาก (ประกอบด้วย 2 กรดอะมิโน) ใหญ่กว่า (ประกอบด้วย 3 กรดอะมิโน)
การดูดซึม ดูดซึมได้เร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ดูดซึมได้ดีและรวดเร็ว แต่ไม่เร็วเท่าไดเปปไทด์ 
ประสิทธิภาพต่อผิว เน้นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างจำเพาะเจาะจงและรวดเร็ว อาจเห็นผลเรื่องความชุ่มชื้นและลดริ้วรอยได้ชัดเจนกว่าในปริมาณที่เท่ากันช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมได้ดีเช่นกัน เป็นสารตั้งต้นที่มีคุณภาพ 
ข้อต่อ มีงานวิจัยที่สนับสนุนว่าช่วยเรื่องการลดอาการปวดข้อและเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้ดี  มีบทบาทในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและกระดูกอ่อน

 

คอลลาเจนไดเปปไทด์และไตรเปปไทด์ มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร 

ไม่ว่าจะเป็นไดเปปไทด์หรือไตรเปปไทด์ ประโยชน์หลัก ๆ ที่เราจะได้รับคือการเพิ่มปริมาณคอลลาเจนในชั้นผิวและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ซึ่งช่วยต่อสู้กับสัญญาณแห่งวัยที่เกิดจากการลดลงของคอลลาเจนตามธรรมชาติ 

ผิวดูสวย สุขภาพดี

ผิวแลดูสวย สุขภาพดี 

เมื่อระดับคอลลาเจนในผิวเพิ่มขึ้น ผิวจะกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น ทำให้ผิวดูอิ่มฟู สดใสและมีน้ำมีนวล เป็นพื้นฐานของผิวที่ดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดีจากภายใน  

ลดริ้วรอยและเพิ่มความยืดหยุ่น 

การทานคอลลาเจนชนิดโมเลกุลเล็กเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ (เซลล์สร้างคอลลาเจน) ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มความหนาแน่นและความยืดหยุ่นของผิว ทำให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง และช่วยให้ผิวมีความเต่งตึงขึ้น 

กระดูก ข้อต่อ ผมและเล็บแข็งแรง 

คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันทั้งหมดในร่างกาย ไม่เพียงแค่ผิวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกระดูกอ่อนในข้อต่อ เส้นผมและเล็บด้วย การเสริมคอลลาเจนจึงช่วยลดการเสื่อมของข้อต่อ บรรเทาอาการปวด และทำให้โครงสร้างของผมและเล็บมีความแข็งแรง ไม่เปราะหักง่าย 

เลือกคอลลาเจนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ

การจะบอกว่าแบบไหนดีกว่ากัน อาจไม่ถูกต้องนัก เพราะทั้งสองชนิดมีคุณภาพสูงและเน้นการดูดซึมที่ดีเยี่ยม แต่เราสามารถเลือกให้เหมาะกับความต้องการได้ เช่น 

  • เน้นเห็นผลเร็ว และมีงบประมาณ หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วหรือมีปัญหาผิวและข้อต่อที่ชัดเจน การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสัดส่วนของไดเปปไทด์สูง จะช่วยให้ร่างกายนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 
  • เน้นการดูแลป้องกันและบำรุงในระยะยาว ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไตรเปปไทด์ หรือการผสมผสานทั้งไดเปปไทด์และไตรเปปไทด์ในอัตราส่วนที่เหมาะสมก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการดูแลผิวพรรณและสุขภาพข้อต่อทั่วไป 
  • อายุที่เพิ่มขึ้นและกิจกรรมที่ทำ ผู้ที่มีอายุมากขึ้น หรือผู้ที่ออกกำลังกายหนัก ควรเน้นการเสริมคอลลาเจนในปริมาณที่สูงขึ้น และเลือกรูปแบบที่ดูดซึมได้ดีอย่างไดเปปไทด์ เพื่อชดเชยการสลายตัวของคอลลาเจนที่เกิดขึ้น

เคล็ดลับการทานคอลลาเจนให้ได้ผลเต็มประสิทธิภาพ

การทานคอลลาเจนให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่แค่การเลือกชนิดที่ดี แต่ยังรวมถึงวิธีการทานด้วย เช่น 

ทานคอลลาเจน

  • ช่วงเวลาทาน ควรทานช่วงท้องว่าง เช่น ก่อนอาหารเช้า 30 นาที หรือก่อนนอน เนื่องจากไม่มีอาหารอื่น ๆ มารบกวนการดูดซึม 
  • ทานคู่กับวิตามินซี เพราะวิตามินซีคือตัวช่วยสำคัญในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจน ดังนั้นการทานคอลลาเจนพร้อมกับวิตามินซี จะช่วยให้ร่างกายนำคอลลาเจนที่ทานเข้าไปไปสร้างเป็นคอลลาเจนใหม่ได้ดีขึ้น 
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำอย่างน้อย 8 – 10 แก้วต่อวัน จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ดี รวมถึงคอลลาเจนด้วยและยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอีกทางหนึ่งด้วย 

สรุปบทความ 

ทั้งคอลลาเจนไดเปปไทด์และไตรเปปไทด์เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้การทานคอลลาเจนมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก เนื่องจากเป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่พร้อมนำไปใช้ได้ทันที อย่างไรก็ตาม คอลลาเจนไดเปปไทด์นั้นจะมีขนาดเล็กที่สุดและมีอัตราการดูดซึมที่ดีกว่าเล็กน้อย การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เน้นไดเปปไทด์จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว เหนือสิ่งอื่นใด อย่าลืมว่าการดูแลผิวพรรณที่ยั่งยืนต้องมาจากการดูแลจากภายในสู่ภายนอกควบคู่กันไป ดังนั้นควรเลือกทานคู่กับวิตามินซี ดื่มน้ำให้เพียงพอและปรึกษาผู้ชำนาญการเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพผิวและสุขภาพของคุณ ให้คุณเลือกสิ่งที่ใช่และดูแลตัวเองได้อย่างมั่นใจ 

หากคุณยังมีข้อสงสัยหรือต้องการวางแผนการดูแลผิวพรรณอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการเสริมคอลลาเจน การปรับรูปหน้า หรือเทคนิคการดูแลที่เหมาะสมกับผิวคุณโดยเฉพาะ Dr. Bank Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล เพื่อให้คุณมีผิวที่สวยสุขภาพดีและอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ สนใจเข้ารับคำปรึกษาหรือนัดพบแพทย์ได้ที่ Line @dr.bankclinic ได้เลยครับ หมอตอบเองทุกเคส! 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คอลลาเจนไดเปปไทด์ทานแล้วเห็นผลเร็วแค่ไหน? 

โดยทั่วไปแล้ว การทานคอลลาเจนไดเปปไทด์อย่างต่อเนื่องจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ในด้านความชุ่มชื้นของผิวได้ภายใน 4 – 8 สัปดาห์ ส่วนผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นในเรื่องการลดริ้วรอยและความยืดหยุ่นอาจต้องใช้เวลาประมาณ 8 – 12 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม ปริมาณคอลลาเจนที่ได้รับต่อวันและปัจจัยอื่น ๆ เช่น การใช้ชีวิตและการพักผ่อน 

ผลข้างเคียงจากการทานคอลลาเจนมีอะไรบ้าง? 

คอลลาเจนถือเป็นโปรตีนประเภทหนึ่งที่มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปมักไม่รุนแรง เช่น อาการท้องอืด ท้องเฟ้อหรือรู้สึกไม่สบายท้องเล็กน้อยในบางรายในช่วงแรก หากคุณมีโรคประจำตัวหรือกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มทานอาหารเสริมทุกชนิด 

คนแพ้อาหารทะเลทานคอลลาเจนได้หรือไม่?  

คอลลาเจนส่วนใหญ่ที่จำหน่ายในท้องตลาดมาจากแหล่งวัตถุดิบ 3 แหล่งหลัก คือปลา วัวและหมู ทั้งนี้หากคุณแพ้อาหารทะเล แนะนำให้ตรวจสอบฉลากของผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด และควรเลือกคอลลาเจนที่มาจากวัวหรือหมู เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้ 

cta-doctor