การกำจัดขนด้วยเลเซอร์เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ทั้งนี้ ก็มีนวัตกรรมการเลเซอร์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Diode Laser และ YAG Laser ที่เป็นโปรแกรมเลเซอร์ยอดนิยมที่หลายคนมักจะเลือกใช้บริการ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองเทคโนโลยีนี้ก็มีความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน ทั้งในเรื่องของความยาวคลื่น ประสิทธิภาพ และความเหมาะสมสำหรับสภาพผิวต่าง ๆ แล้ว Diode Laser กับ YAG Laser ต่างกันอย่างไร เหมาะสำหรับใครมากกว่ากัน? ในบทความนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกข้อแตกต่างระหว่างสองเทคโนโลยีนี้ เพื่อช่วยให้คุณเลือกวิธีการกำจัดขนที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
Diode Laser คืออะไร
Diode Laser เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์กำจัดขนที่มีความล้ำสมัย ด้วยการทำงานที่ใช้ความยาวคลื่นหลากหลาย ตั้งแต่ 800 – 1,350 นาโนเมตร สามารถกำจัดขนได้ลึกถึงรากขน โดยเลเซอร์ประเภทนี้จะปล่อยพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวหนัง และจับกับเม็ดสีที่รากขนทำให้ขนหลุดออกอย่างถาวรโดยไม่ทำลายผิวหนังบริเวณรอบ ๆ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้อยู่ในระดับถาวรและขนใหม่ไม่ขึ้นอีก หรือถ้าขึ้นก็จะน้อยลงมาก นอกจากจะช่วยกำจัดขนแล้ว Diode Laser ยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวที่ถูกยิงเลเซอร์มีความกระจ่างใสและเนียนเรียบมากขึ้น
Diode Laser ใช้กำจัดขนส่วนไหนได้บ้าง
- ขนหน้า
- ไรผม
- หนวด
- ขนรักแร้
- ขนหน้าอก
- ขนหน้าท้อง
- ขนแขน
- ขนขา
- ขนหลัง
- ขนบริเวณจุดซ่อนเร้น เช่น บิกินี่ บราซิลเลี่ยนและขนน้องชาย

Diode Laser เหมาะสำหรับใครบ้าง
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกำจัดขนส่วนเกินที่ไม่ต้องการให้ออกไปอย่างถาวร
- ผู้ที่มีปัญหาขนคุด ผิวหนังไก่ รูขุมขนอักเสบจากการถอน โกน หรือแว็กซ์
- ผู้ที่ต้องการรักษาความสะอาดบริเวณที่เลเซอร์ เพื่อลดความอับชื้นและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์
YAG Laser คืออะไร
YAG Laser ก็เป็นอีกหนึ่งเลเซอร์ที่เป็นที่นิยมใช้ในการกำจัดขนและรักษาผิว ด้วยความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตร สามารถกำจัดขนได้ในบริเวณที่ต้องการความละเอียดสูงได้เป็นอย่างดี เช่น บริเวณใบหน้า หนวด เครา หรือบริเวณจุดซ่อนเร้น นอกจากนี้ YAG Laser ยังช่วยรักษาปัญหาผิวอื่น ๆ เช่น รอยแดง และริ้วรอยได้เช่นกัน
YAG Laser กำจัดขนส่วนไหนได้บ้าง
- เลเซอร์กำจัดขนหน้า
- เลเซอร์ขนรักแร้
- เลเซอร์ขนหน้าอก
- เลเซอร์ขนหน้าท้อง
- เลเซอร์ขนหลัง
- เลเซอร์แขนและขา
- เลเซอร์บิกินี่
- เลเซอร์บราซิลเลียน
YAG Laser เหมาะสำหรับใครบ้าง
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีขนเส้นใหญ่ ขนเส้นบาง ขนสีเข้ม หรือแม้แต่ขนอ่อน และต้องการกำจัดขนถาวร
- เหมาะสำหรับทุกโทนสีผิว ตั้งแต่ผิวขาวไปจนถึงผิวสีเข้ม โดยเฉพาะคนผิวสีเข้ม เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าเลเซอร์ชนิดอื่น
- ผู้ที่ประสบปัญหาขนคุดหรือตุ่มหนังไก่ เลเซอร์จะช่วยทำลายรากขนและกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
Diode laser กับ YAG ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน
ถึงแม้ว่าทั้ง Diode Laser และ YAG Laser จะใช้สำหรับการกำจัดขนเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างในเรื่องของความยาวคลื่น Diode Laser จะมีความยาวคลื่นตั้งแต่ 800-1,350 นาโนเมตร ซึ่งเหมาะกับผิวที่หลากหลาย และยังสามารถทำลายรากขนพร้อมกับเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงขนได้ ส่วน YAG Laser มีความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตร ซึ่งเจาะจงเหมาะสำหรับผิวที่เข้มกว่าและใช้ในบริเวณที่ต้องการความละเอียดสูง
และ Diode Laser จะเหมาะกับการกำจัดขนในบริเวณกว้าง เช่น แขน ขา และลำตัว ในขณะที่ YAG Laser เหมาะกับการกำจัดขนในบริเวณที่มีขนาดเล็กหรือผิวบอบบางมากกว่า เช่น ใบหน้าและจุดซ่อนเร้นกว่านั่นเอง
ข้อควรปฏิบัติก่อนการทำ Diode Laser
ก่อนเข้ารับการทำ Diode Laser ควรปฏิบัติดังนี้เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดและลดความเสี่ยงต่อผิว ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการแวกซ์หรือถอนขนบริเวณที่จะทำเลเซอร์อย่างน้อย 2 – 4 สัปดาห์
- โกนขนบริเวณนั้นให้เรียบก่อนทำ เพื่อให้เลเซอร์ทำงานได้ตรงจุด
- หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดหรือทำผิวให้ไหม้ก่อนทำ
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่หรือประวัติการแพ้สารต่าง ๆ
วิธีดูแลตัวเองหลังการทำ Diode Laser
หลังทำ Diode Laser การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมจะช่วยลดการระคายเคืองและทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
- หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกไปเผชิญแดด
- งดสครับหรือขัดผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์หรือกรดผลไม้
- ควรหลีกเลี่ยงแวกซ์หรือถอนขนจนกว่าจะครบตามรอบที่แพทย์แนะนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ควรทำ Diode Laser เดือนละกี่ครั้ง?
โดยทั่วไปการทำ Diode Laser ควรทำทุก ๆ 4 – 6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับลักษณะของเส้นขนและสภาพผิวของแต่ละบุคคล และเพื่อให้ผลลัพธ์ในการกำจัดขนถาวรและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรเน้นทำอย่างต่อเนื่อง
2. Diode Laser ขนหายถาวรจริงไหม?
การทำ Diode Laser เพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจนจำเป็นต้องทำอย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไป ครั้งแรกหลังทำขนจะเริ่มหลุดไปเอง และหากทำซ้ำจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ขนจะค่อยบางลงเรื่อย ๆ
3. Diode Laser เจ็บไหม?
การกำจัดขนด้วย Diode Laser ระหว่างทำจะมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อย และจะรู้สึกอุ่น ๆ บริเวณที่ทำ อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องกังวลไป เพราะแพทย์จะปรับพลังงานให้เหมาะสม ความรู้สึกในระหว่างทำจะเจ็บเพียงแค่เล็กน้อยเหมือนถูกดีดเบา ๆ ตามบริเวณที่เลเซอร์
4. Diode Laser อยู่ได้นานแค่ไหน?
หลังทำ Diode Laser ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานหลายเดือนถึงหลายปี โดยเส้นขนที่ถูกทำลายจะไม่กลับมาขึ้นอีก แต่ขนที่ขึ้นใหม่ในอนาคตจะบางลง อ่อนลงและจางลงอย่างมาก ทั้งนี้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น อาจต้องมีการทำซ้ำปีละ 1 – 2 ครั้ง เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้ดีที่สุด
5. ทำ Diode laser แต่ละครั้งควรเว้นระยะห่างนานแค่ไหน?
โดยทั่วไป แนะนำให้กลับมาทำซ้ำทุก ๆ 1 ถึง 2 เดือน
ทำไม Dr. Bank Clinic จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการกำจัดขนด้วย Diode และ YAG Laser?
Dr. Bank Clinic เรามีบริการเลเซอร์กำจัดขนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้ง Diode Laser และ YAG Laser ที่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการกำจัดขนทุกบริเวณของร่างกาย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินสภาพผิวของแต่ละบุคคลก่อนทำ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัย
นอกจากนี้ เรายังใช้เครื่องเลเซอร์ที่ผ่านการรับรองจาก USFDA และ อย. ไทย ลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองหรือเกิดรอยดำหลังการทำ ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าการกำจัดขนที่ Dr. Bank Clinic จะได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจและยาวนาน

สรุป
Diode Laser กับ YAG Laser ต่างกันยังไง ถึงแม้ทั้งสองจะเทคโนโลยีกำจัดขนเช่นเดียวกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันในเรื่องความยาวคลื่น และลักษณะการใช้งาน ทั้งนี้ Diode Laser เหมาะกับทุกสภาพผิวและเหมาะกับการกำจัดขนในบริเวณกว้าง ในขณะที่ YAG Laser เหมาะสำหรับผิวสีเข้ม อย่างคนเอเชียและสามารถกำจัดขนในบริเวณที่ต้องการความละเอียดสูงได้มากกว่า




