สิวหายแต่รอยยังอยู่! ปัญหากวนใจที่ใครหลายคนต้องเจอ เพราะรอยสิวรักษายากกว่าสิวเสียอีก การทาครีมอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปีกว่าจะจางลง ทำให้ “เลเซอร์” กลายเป็นทางเลือกอันดับต้น ๆ ที่คนอยากหน้าใสเลือกใช้ แต่คำถามยอดฮิตที่คนไข้มักถามหมอเสมอคือ “เลเซอร์รอยสิว กี่ครั้งหาย” และควรเลือกทำเลเซอร์แบบไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด? บทความนี้ Dr. Bank Clinic จะพามาเจาะลึกทุกคำตอบ เพื่อให้คุณวางแผนกู้ผิวใสได้อย่างตรงจุดและเห็นผลจริง
ลักษณะรอยสิวแต่ละแบบ เกิดจากอะไร?
ก่อนจะไปดูวิธีรักษา เราต้องรู้จักประเภทของรอยสิวบนหน้าเราก่อน เพราะรอยแต่ละแบบเกิดจากสาเหตุที่ต่างกัน และตอบสนองต่อเครื่องมือแพทย์ไม่เหมือนกัน การวิเคราะห์รอยสิวที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญของการรักษาให้หายไว
รอยสิวสีแดง (PIE)
Post-Inflammatory Erythema หรือ PIE คือรอยแดงที่เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนัง เพื่อส่งเลือดไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อช่วงที่สิวอักเสบ แม้สิวจะยุบไปแล้วแต่เส้นเลือดยังคั่งอยู่ มักพบในคนผิวขาว ผิวบอบบาง หรือคนที่เป็นสิวอักเสบแดง ๆ รอยชนิดนี้ทาไวท์เทนนิ่งทั่วไปมักไม่ค่อยเห็นผล เพราะไม่ใช่เม็ดสี
รอยสิวสีดำ (PIH)
Post-Inflammatory Hyperpigmentation หรือ PIH คือรอยสีน้ำตาลหรือสีดำ เกิดจากร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินออกมามากผิดปกติเพื่อตอบสนองต่อการอักเสบ มักพบในคนผิวสองสีหรือผิวเข้ม การรักษาต้องเน้นไปที่การกำจัดเม็ดสีส่วนเกินนี้ออกไป ซึ่งการทำเลเซอร์รอยดำจากสิวโดยเฉพาะจะได้ผลดีกว่าการทายาเพียงอย่างเดียว
รอยหลุมสิว (Atrophic Scars)
เป็นร่องรอยความเสียหายที่รุนแรงที่สุด เกิดจากกระบวนการอักเสบที่กินลึกลงไปทำลายคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวเกิดพังผืดดึงรั้งจนเป็นหลุม การรักษารอยประเภทนี้ต้องอาศัยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อเติมเต็มหลุมสิวให้ตื้นขึ้น
เทคโนโลยีเลเซอร์รอยสิวมีกี่แบบ?
ในวงการแพทย์ความงามมีเทคโนโลยีมากมายที่ช่วยเรื่องรอยสิว แต่ละแบบมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่ต่างกัน ดังนี้
IPL (Intense Pulsed Light)
IPL ไม่ใช่เลเซอร์แต่เป็นพลังงานแสงความเข้มข้นสูง
- การทำงาน: ใช้แสงหลายช่วงคลื่นยิงลงไปจับกับเม็ดสีและฮีโมโกลบินในเม็ดเลือด
- ข้อดี: ราคาไม่สูง ช่วยให้หน้าใสขึ้นโดยรวม
- ข้อเสีย: พลังงานไม่เข้มข้นเท่าเลเซอร์ ต้องทำหลายครั้งมากถึงจะเห็นผล และไม่เหมาะกับผิวคล้ำมากเพราะเสี่ยงเบิร์น
Q-Switched Laser
เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์มาตรฐานที่ใช้กันมายาวนานในการกำจัดเม็ดสี
- การทำงาน: ปล่อยพลังงานในช่วงเวลา Nanosecond เพื่อทำลายเม็ดสีให้แตกตัว
- ข้อดี: กำจัดรอยดำได้ดี
- ข้อเสีย: เกิดความร้อนสะสมใต้ผิวค่อนข้างมาก เสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังทำ (PIH) ในคนผิวคล้ำ และใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ
Pico Second Laser
นวัตกรรมเลเซอร์ที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน เปลี่ยนโลกการรักษาผิวพรรณ
- การทำงาน: ปล่อยพลังงานด้วยความเร็วสูงระดับ 1 ต่อล้านล้านวินาที (Picosecond) เปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นแรงดัน (Photoacoustic) กระแทกเม็ดสีให้แตกละเอียดเป็นผงเล็ก ๆ
- ข้อดี: เจ็บน้อยกว่า เห็นผลไวกว่า Q-Switched และ IPL เสี่ยงผิวไหม้น้อยมาก และยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีเยี่ยม
- ข้อเสีย: ราคาสูงกว่าเลเซอร์รุ่นเก่า แต่แลกมาด้วยจำนวนครั้งในการทำที่น้อยกว่า
ใครเหมาะกับเทคโนโลยีเลเซอร์รอยสิวแบบไหน?

การเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับปัญหาคือสิ่งที่ Dr. Bank Clinic ให้ความสำคัญ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้แต่ละคน:
- ผู้ที่มีรอยแดง (PIE): เหมาะกับเลเซอร์กลุ่ม V-Beam หรือ Dual Yellow ที่จับกับเม็ดเลือดแดงโดยเฉพาะ หรือการใช้เลเซอร์ลดรอยแดงในโหมดเฉพาะของ Pico Laser ก็ช่วยลดเลือนรอยแดงได้ดีเยี่ยม
- ผู้ที่มีรอยดำ (PIH): เหมาะกับ Pico Laser หรือ Q-Switched เพราะเน้นการทำลายเม็ดสีโดยตรง แต่ Pico Laser จะเคลียร์เม็ดสีได้ละเอียดและไวกว่า
- ผู้ที่มีหลุมสิวร่วมด้วย: ต้องใช้ Pico Laser (โหมด Fractional) หรือ Fractional CO2 เพราะช่วยตัดพังผืดและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้จริง
เลเซอร์รอยสิวกี่ครั้งหาย?
คำตอบของคำถาม “เลเซอร์รอยสิว กี่ครั้งหาย” นั้นขึ้นอยู่กับความลึกและความรุนแรงของรอยสิว รวมถึงสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยแบ่งคร่าว ๆ ได้ดังนี้:
ระดับรอยสิวเล็กน้อย (Mild)
สำหรับผู้ที่มีรอยสิวจาง ๆ เพิ่งเป็นได้ไม่นาน หรือมีจำนวนไม่มาก การทำเลเซอร์เพียง 1-3 ครั้ง ก็เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ผิวหน้าดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ระดับรอยสิวปานกลาง (Moderate)
กรณีที่มีรอยดำหรือรอยแดงที่ชัดเจน กระจายตัวหลายจุด อาจต้องใช้เวลาในการรักษาต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง เพื่อให้เม็ดสีแตกตัวและถูกกำจัดออกจนหมด โดยควรเว้นระยะห่างทุก 2-4 สัปดาห์
ระดับรอยสิวรุนแรง (Severe)
หากมีรอยดำฝังลึก เป็นมานาน หรือมีปัญหารอยหลุมสิวร่วมด้วย จำเป็นต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง อาจต้องรักษา 5-10 ครั้งขึ้นไป ซึ่งแพทย์จะวางแผนการรักษาควบคู่กับการใช้ยาทาหรือหัตถการอื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ทำไม Pico Laser ถึงเป็นทางลัดรักษารอยสิวที่แพทย์แนะนำ
หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและเจ็บตัวน้อยที่สุด Pico Laser รอยสิว คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดในยุคนี้ ด้วยเหตุผลหลัก ๆ ดังนี้:
- ประสิทธิภาพในการกระแทกเม็ดสี: พลังงานที่ส่งลงไปมีความเร็วสูงมาก จนทำให้เม็ดสีแตกละเอียดเป็นฝุ่นผง ทำให้ร่างกายกำจัดออกได้ง่าย รอยสิวจึงจางไวขึ้นกว่าเลเซอร์แบบเดิมหลายเท่า
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน: เทคโนโลยีนี้ทำให้เกิด LIOB (Laser Induced Optical Breakdown) ใต้ผิว ซึ่งเป็นการกระตุ้นการสร้างอีลาสตินและคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้รูขุมขนกระชับ และหลุมสิวตื้นขึ้น ผิวจึงดูอิ่มฟูและเรียบเนียน
- ระยะเวลาในการพักฟื้น ไม่นาน: เนื่องจากความร้อนสะสมในผิวน้อยมาก ทำให้หลังทำอาจมีแค่รอยแดงชมพูระเรื่อ ซึ่งจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1-2 วัน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
การเตรียมและดูแลผิวก่อน-หลังเลเซอร์รอยสิว
เพื่อให้การทำเลเซอร์ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและป้องกันผลข้างเคียง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:
ก่อนทำเลเซอร์
- งดการตากแดดจัด หรือกิจกรรมกลางแจ้งอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
- งดการใช้สครับผิว หรือผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA, Retinol อย่างน้อย 3-5 วัน
- หากมีสิวอักเสบเห่อรุนแรง ควรรักษาสิวให้สงบลงก่อนทำเลเซอร์บางชนิด
หลังทำเลเซอร์
- ประคบเย็นหากมีอาการแสบร้อน (มักหายไปเองใน 1 ชม.)
- ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ PA++++ สม่ำเสมอทุกวัน ห้ามขาดเด็ดขาด
- เน้นทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยให้ผิวฟื้นตัวไวขึ้น
- เลี่ยงการโดนแดดจัดโดยตรงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- งดการแกะเกา หรือถูหน้าแรง ๆ บริเวณที่ทำเลเซอร์
เคลียร์ทุกปัญหารอยสิว มั่นใจผลลัพธ์ ดูแลปัญหาผิวอย่างตรงจุดได้ที่ Dr. Bank Clinic

ที่ Dr. Bank Clinic เราเข้าใจดีว่าปัญหารอยสิวทำลายความมั่นใจของคุณแค่ไหน เราจึงใส่ใจในการวิเคราะห์สภาพผิวอย่างละเอียดโดยคุณหมอแบงค์ เพื่อเลือกเครื่องมือและปรับค่าพลังงานให้เหมาะสมกับปัญหารอยสิวของคุณ ไม่ว่าจะเป็นรอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิว เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ปลอดภัย และตอบโจทย์คำถามที่ว่า เลเซอร์รอยสิว กี่ครั้งหาย ได้อย่างชัดเจนที่สุด
สรุปบทความ
การรักษารอยสิวด้วยเลเซอร์เป็นวิธีที่เห็นผลเร็วและชัดเจนที่สุดในปัจจุบัน โดยจำนวนครั้งในการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของรอยสิวและชนิดของเลเซอร์ที่เลือกใช้ การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Dr. Bank Clinic มั่นใจได้เลยว่าการปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการที่ Dr. Bank Clinic จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ผิวใสกลับคืนมาอย่างปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียง ติดต่อเราเพื่อรับการประเมินผิวและวางแผนการรักษาได้ที่ Line @dr.bankclinic
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเลเซอร์รอยสิว
ทำเลเซอร์รอยสิวแล้วหน้าบางจริงไหม?
ไม่จริง เลเซอร์รุ่นใหม่ ๆ โดยเฉพาะ Pico Laser จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ชั้นผิวแข็งแรงและหนาตัวขึ้น ไม่ได้ทำให้ผิวบางลงแต่อย่างใด
รอยสิวหายแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่?
รอยเดิมที่หายไปแล้วจะไม่กลับมา แต่หากมีสิวใหม่เกิดขึ้นและเกิดการอักเสบ ก็สามารถทิ้งรอยใหม่ไว้ได้ ดังนั้นจึงควรรักษาสิวควบคู่ไปด้วย
ระหว่างทำเลเซอร์เจ็บมากไหมต้องแปะยาชาหรือเปล่า?
ความรู้สึกจะคล้ายยางดีดเบา ๆ ที่ผิว หากคนไข้กังวล สามารถแปะยาชาทิ้งไว้ก่อนทำประมาณ 30-45 นาที เพื่อให้รู้สึกสบายผิวขณะทำมากขึ้น
สามารถแต่งหน้าหลังทำเลเซอร์รอยสิวได้ทันทีไหม?
แนะนำให้งดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อลดโอกาสการอุดตันและการระคายเคือง แต่หลังจากนั้นสามารถแต่งหน้าบาง ๆ ได้ตามปกติ
ถ้าเป็นสิวอักเสบอยู่สามารถยิงเลเซอร์รอยสิวได้เลยหรือไม่?
สามารถทำได้ โดยแพทย์จะเลือกเว้นบริเวณที่มีสิวอักเสบหัวหนอง หรืออาจใช้เลเซอร์บางโหมดช่วยฆ่าเชื้อสิวร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์





