บทความ
Article
โปรโมชั่นพิเศษ
Special
Promotions

ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน? พร้อมวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดให้ทรงปากสวย เข้าที่ไว

ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน

ฟิลเลอร์ปากถือเป็นหัตถการยอดฮิตที่ช่วยเนรมิตริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม ปรับรูปปากให้ชัดเจนและแก้ปัญหาปากบางหรือปากไม่เท่ากันได้ อย่างไรก็ตาม หลายคนที่กำลังตัดสินใจหรือเพิ่งฉีดไปมักจะมีความกังวลเรื่องอาการบวมที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาของการทำหัตถการประเภทฉีด  

ฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มคนที่อยากมีริมฝีปากอวบอิ่ม หรือต้องการปรับสัดส่วนสมดุลกับใบหน้า ไม่ว่าจะเพื่อปรับรูปปากให้ชัดขึ้นหรือแก้ปัญหาปากบางและปากไม่เท่ากัน แต่หลังจากฉีดมา หลาย ๆ คนก็มักกังวลเรื่องอาการบวม ซึ่งเป็นผลข้างเคียงปกติที่เกิดขึ้นได้หลังการฉีดนั่นเอง ในบทความนี้ Dr. Bank Clinic จะมาชวนคุณไปทำความเข้าใจอาการหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน? และควรจะดูแลตัวเองอย่างไรให้ริมฝีปากสวยเข้าที่ไว และลดความกังวลได้มากขึ้น  

อาการปากบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปากมีลักษณะอย่างไร? 

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ปากเสร็จทันที ริมฝีปากมักจะมีอาการบวม ตึงและอาจดูใหญ่กว่าทรงที่ต้องการเล็กน้อย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายต่อการถูกเข็มสะกิดและการเติมสารเติมเต็ม บางรายอาจสังเกตเห็นรอยแดง รอยช้ำ หรือมีอาการชาค้างจากยาชา โดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นบริเวณที่ฉีดโดยเฉพาะ และจะค่อย ๆ ลดลงเองภายใน 1 – 3 วันแรก

นอกจากนี้ ในบางกรณีอาจพบว่าบริเวณริมฝีปากเกิดความไม่สม่ำเสมอหรือบวมข้างใดข้างหนึ่งมากกว่าเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติและสามารถกลับสู่ทรงที่สมดุลได้ภายใน 1 สัปดาห์ หากมีอาการบวมมากหรือช้ำรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและรับคำแนะนำการดูแลอย่างถูกต้อง 

อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง? 

อาการบวมที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากตัวฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยหลายด้าน ดังนี้ 

อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

อาการบวมจากเข็มและยาชา 

เนื่องจากริมฝีปากเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดหล่อเลี้ยงจำนวนมากและมีความละเอียดอ่อน การใช้เข็มจิ้มลงไปหลายจุดเพื่อปั้นทรงจึงทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเล็กน้อย (Micro-trauma) รวมถึงยาชาที่ผสมอยู่ในฟิลเลอร์หรือแบบทาก็มีส่วนทำให้เนื้อเยื่อดูฟูบวมขึ้นชั่วคราว 

อาการบวมจากเนื้อฟิลเลอร์ 

ฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำได้ดี เมื่อฉีดเข้าไปใหม่ ๆ ตัวฟิลเลอร์จะดึงน้ำจากเนื้อเยื่อรอบข้างมาหล่อเลี้ยงตัวเอง ทำให้ริมฝีปากดูอิ่มน้ำและบวมกว่าปกติในช่วงแรก อาการบวมนี้ถือเป็นเรื่องปกติและมักจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อฟิลเลอร์เริ่มเซตตัวเต็มที่ ภายใน 3 – 7 วันหลังฉีด 

ฉีดฟิลเลอร์ปากบวมกี่วัน

คำถามที่ว่าฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน เป็นสิ่งที่คนไข้ถามบ่อยที่สุด โดยปกติแล้วไทม์ไลน์ของอาการบวมจะแบ่งออกเป็นระยะดังนี้ 

ระยะ 1 – 3 วันแรก 

ช่วงที่ริมฝีปากจะบวมที่สุด (Peak time) โดยเฉพาะในเช้าวันถัดมาหลังจากฉีด คนไข้อาจรู้สึกตึงหรือเห็นว่าปากดูหนากว่าที่คาดไว้ ไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นช่วงที่เนื้อเยื่อกำลังตอบสนองต่อสารเติมเต็ม 

ระยะ 4 – 7 วัน 

ในช่วงวันที่ 4 – 7 หลังจากทำหัตถการ อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ความตึงเริ่มหายไป รูปทรงปากจะเริ่มดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น รอยเขียวช้ำ (ถ้ามี) จะเริ่มจางลงเป็นสีเหลืองหรือเขียวอ่อน ๆ 

ระยะ 2 – 4 สัปดาห์ 

ในช่วงนี้ฟิลเลอร์จะกลืนไปกับผิวและเซตตัวได้อย่างสมบูรณ์ ริมฝีปากจะนิ่มลง ทรงปากที่แท้จริงจะปรากฏให้เห็นชัดเจนที่สุดในช่วงนี้ 

ปากบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปากแบบไหนผิดปกติ? 

แม้อาการบวมจะเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบติดต่อแพทย์ทันที 

  • บวมแดง ร้อนหรือมีหนอง หากอาการบวมไม่ลดลงเลยหลังผ่านไป 3 – 5 วัน แต่กลับบวมมากขึ้น มีอาการปวดแสบปวดร้อน ผิวหนังแดงจัดหรือมีตุ่มหนองขึ้น อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อได้     
  • สีผิวบริเวณริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีคล้ำหรือม่วง หากเห็นสีผิวที่ปากเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ดำหรือม่วงคล้ายรอยช้ำที่ดูผิดปกติและลามกว้างขึ้น พร้อมกับมีอาการปวดอย่างรุนแรง อาจเกิดจากฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันเส้นเลือด ซึ่งเป็นกรณีอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์เพื่อแก้ไขทันที 
  • มีก้อนนูนผิดปกติ หรือเจ็บมากจนทนไม่ไหว การคลำเจอเป็นก้อนเล็ก ๆ ในช่วงแรกอาจเป็นเนื้อฟิลเลอร์ที่ยังไม่เซตตัว แต่ถ้าเห็นเป็นก้อนปูดนูนชัดเจนจนผิดรูป หรือมีอาการเจ็บตลอดเวลาแม้ไม่ได้สัมผัส ควรรีบให้แพทย์เช็กดูว่าเกิดจากการวางตำแหน่งที่ผิดพลาดหรือการอักเสบหรือไม่ 

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปากเพื่อลดอาการบวม 

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีก็จะช่วยลดอาการบวมได้ โดยสามารถปฏิบัติตามได้ ดังนี้   

  • ประคบเย็น ในช่วง 12 – 24 ชั่วโมงแรก ให้ใช้ประคบเย็นเบา ๆ บริเวณริมฝีปากเพื่อช่วยลดอาการบวมและลดการขยายตัวของเส้นเลือด    
  • นอนหมอนสูง ในช่วง 1 – 2 คืนแรกหลังทำ แนะนำให้นอนหนุนหมอนสูงกว่าปกติ เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีและช่วยลดอาการบวมคั่งบริเวณใบหน้า 
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยให้ฟิลเลอร์กลุ่ม HA อุ้มน้ำได้ดีขึ้น ส่งผลให้ปากดูอิ่มฟู สวยเป็นธรรมชาติและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ไว 

ข้อห้ามที่ควรหลีกเลี่ยงหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก 

  • ห้ามอาหารรสจัด ของหมักดองและอาหารทะเลดิบ อาหารกลุ่มนี้มักมีโซเดียมสูงหรืออาจมีสารที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบและบวมน้ำได้ง่าย ควรเลี่ยงอย่างน้อย 1 สัปดาห์    
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดทำให้บวมนานขึ้น ส่วนการสูบบุหรี่อาจทำให้แผลเข็มหายช้าและส่งผลต่อความคงตัวของฟิลเลอร์    
  • การสัมผัสกับความร้อนหรือการนวดคลึงบริเวณริมฝีปาก ควรเลี่ยงการทานของร้อนจัด เช่น ชาบู หมูกระทะ และงดการนวด ปั้นหรือดึงริมฝีปากด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ผิดรูปไปได้  

ฟิลเลอร์ vs โบท็อกซ์ แบบไหนช่วยปรับรูปปากได้ดีกว่า?

หลายคนสงสัยว่า ถ้าอยากปรับรูปปากให้สวย ต้องเลือกทำอะไรดี จริง ๆ แล้วขึ้นอยู่กับปัญหา หากต้องการเพิ่มวอลลุ่ม เติมปากให้อิ่ม แก้ปากบางหรือปรับขอบปากให้ชัด การฉีดฟิลเลอร์คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ แต่ถ้าหากปัญหาเกิดจากกล้ามเนื้อ เช่น ยิ้มแล้วเห็นเหงือก หรือต้องการยกมุมปากเพียงเล็กน้อย การใช้โบท็อกซ์อาจเข้ามาช่วยเสริมได้ ทั้งนี้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Filler ต่างกับ Botox อย่างไร เพราะฟิลเลอร์คือการเติมเนื้อเข้าไป ส่วนโบท็อกซ์คือการคลายกล้ามเนื้อ ดังนั้นถ้าเน้นทรงปากที่อวบอิ่ม ฟิลเลอร์จะให้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดกว่า 

ฟิลเลอร์ช่วยปรับรูปปาก

ปรับรูปปากสวย ดูแลทุกปัญหาผิวอย่างมั่นใจที่ Dr. Bank Clinic 

ที่ Dr. Bank Clinic เราให้ความสำคัญกับการออกแบบการฉีดเฉพาะบุคคล ให้ทรงปากรับกับใบหน้าของคนไข้แต่ละเคส เน้นความเป็นธรรมชาติและความปลอดภัยเป็นหลัก ทีมแพทย์ของเรามีความชำนาญการในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพริมฝีปาก เพื่อให้มั่นใจว่าหลังฉีดไปแล้วคนไข้จะได้รับทรงปากที่สวย ถูกใจและมีอาการบวมช้ำน้อยที่สุด  หากคุณกำลังมองหาริมฝีปากสวยเป็นธรรมชาติและปลอดภัย พร้อมการดูแลเฉพาะบุคคลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่ารอช้า! จองคิวปรึกษา Dr. Bank Clinic วันนี้ แล้วเริ่มต้นเสริมความมั่นใจด้วยทรงปากที่เข้ากับใบหน้าของคุณได้อย่างลงตัว 

สรุปบทความ  

อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยส่วนใหญ่จะหายบวมและเห็นทรงปากที่ชัดเจนภายใน 1 – 2 สัปดาห์หลังทำ ทั้งนี้ หลังจากเข้ารับหัตถการไป การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของแพทย์ก็จะยิ่งช่วยให้ปัญหาฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน? ที่หลายคนกังวล ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องห่วงอีกต่อไป และจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น  

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก แปรงฟันปกติได้ไหม? 

สามารถแปรงได้ปกติ แต่ควรทำอย่างเบามือในช่วง 1 – 3 วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก พยายามอย่าอ้าปากกว้างจนเกินไปเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนบริเวณที่เพิ่งฉีดมา  

ทาลิปสติกหลังฉีดฟิลเลอร์ปากได้ไหม? 

แนะนำให้เว้นการทาลิปสติกไปก่อนอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกหรือสารเคมีเข้าไปในรอยเข็ม หลังจากนั้นสามารถทาได้ตามปกติ  

หลังฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถดื่มน้ำร้อนหรือทานของร้อนได้ไหม? 

ควรเลี่ยงเครื่องดื่มหรืออาหารที่ร้อนจัดในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพราะความร้อนจะทำให้หลอดเลือดขยายตัวและอาจส่งผลให้ฟิลเลอร์สลายตัวไวขึ้นหรือไม่เซตตัว  

หากมีรอยเขียวช้ำหลังฉีดกี่วันถึงจะหาย? 

รอยช้ำจะค่อย ๆ จางลงภายใน 7 – 14 วัน สามารถใช้ยาทาลดรอยช้ำตามที่แพทย์แนะนำเพื่อช่วยให้หายเร็วขึ้น  

ฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วเป็นก้อนเกิดจากอะไรแก้ได้ไหม? 

เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การเลือกใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่ไม่เหมาะกับปาก การฉีดตื้นเกินไปหรืออาการบวมค้างอยู่ หากผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วยังเป็นก้อนชัดเจน สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อทำการนวดหรือฉีดสลายได้

cta-doctor