เมื่ออายุมากขึ้น กระจกที่เคยสะท้อนภาพใบหน้าเต่งตึงก็เริ่มเปลี่ยนไป ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยกลายเป็นเรื่องกังวลใจอันดับต้น ๆ ของทั้งผู้หญิงและผู้ชาย หลายคนอาจจะเริ่มสังเกตเห็นร่องแก้มที่ลึกขึ้น กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวดูเหนื่อยล้าไม่สดใสเหมือนเก่า บทความนี้ Dr. Bank Clinic จะชวนมาเจาะลึกว่าหน้าหย่อนคล้อย แก้ยังไง พร้อมทำความเข้าใจสาเหตุและรวมวิธียกกระชับใบหน้าที่ได้ผลจริงเพื่อให้ผิวกลับมาแลดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง
หน้าหย่อนคล้อย มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง
ความหย่อนคล้อยไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ชั้นผิวหนังกำพร้าด้านบนเท่านั้น แต่มันคือกระบวนการเสื่อมสภาพที่เกิดขึ้นในทุกชั้นโครงสร้างของใบหน้า ดังนี้
- การลดลงของ Collagen เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและเริ่มยุบตัวลง
- ความเสื่อมของชั้น SMAS ชั้นพังผืดที่ยึดกล้ามเนื้อ (SMAS) จะเริ่มอ่อนแรงลงตามกาลเวลา ทำให้ผิวส่วนบนหย่อนตามแรงโน้มถ่วงจนใบหน้าหย่อนคล้อย
- สูญเสียไขมันใต้ผิว ไขมันบนใบหน้าจะเริ่มฝ่อตัวลงหรือเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง ทำให้เกิดแก้มตอบหรือถุงใต้ตาได้
- โครงสร้างกระดูกที่ยุบตัวลงตามวัย กระดูกใบหน้าเปรียบเสมือนเสาเข็ม เมื่อกระดูกบางลงหรือยุบตัว ผิวที่เคยเกาะอยู่จึงไม่มีที่ยึดเหนี่ยวและย้อยลงมา
ปัญหาผิวหน้าของแต่ละช่วงวัย
การดูแลผิวในแต่ละช่วงอายุมีความแตกต่างกัน เพราะระดับความเสื่อมสภาพของโครงสร้างผิวนั้นไม่เท่ากัน ซึ่งปัจจัยทั้งเรื่องฮอร์โมน พฤติกรรมการใช้ชีวิตและคอลลาเจนที่ลดลงตามเข็มนาฬิกา ล้วนส่งผลให้ความแข็งแรงของผิวเปลี่ยนไปในทุกปี เพื่อให้คุณเข้าใจสัญญาณเตือนของผิวและเลือกวิธียกกระชับใบหน้าได้ Dr. Bank Clinic ได้สรุปปัญหาผิวที่ต้องเจอในแต่ละช่วงวัยไว้ดังนี้

ช่วงอายุ 20
ผิวส่วนใหญ่ยังมีความยืดหยุ่นดีและผลิตคอลลาเจนได้สูง แต่อาจเริ่มมีสัญญาณหย่อนเล็กน้อยจากพฤติกรรม เช่น การพักผ่อนน้อย ความเครียดหรือการใช้สายตาจ้องหน้าจอนานเกินไปจนเริ่มมีริ้วรอยจาง ๆ บริเวณรอบดวงตา ช่วงวัยนี้ควรเริ่มบำรุงและยกกระชับเบา ๆ เพื่อเป็นการสตาฟผิวและชะลอความเสื่อมในอนาคต
ช่วงอายุ 30
ช่วงวัยที่เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้น เนื่องจากกระบวนการผลัดเซลล์ผิวช้าลง ร่องแก้มหรือร่องน้ำหมากเริ่มโผล่มาให้เห็น ผิวเริ่มไม่แน่นกระชับเหมือนเดิม แนะนำเทคนิคยกกระชับระดับกลางที่เน้นการกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อรักษาโครงสร้างหน้าให้ยังคงความอ่อนเยาว์ไว้
ช่วงอายุ 40
ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยจะเริ่มเด่นชัดมากขึ้น ผิวที่เคยเต่งตึงจะเริ่มคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง ผิวเริ่มขาดวอลลุ่มจนเห็นปัญหาแก้มตอบ เบ้าตาลึกและกรอบหน้าเริ่มไม่คมชัดเหมือนเก่า การรักษาในวัยนี้อาจต้องใช้เครื่องมือพลังงานสูงควบคู่ไปกับการเติมเต็มชั้นผิวที่หายไป
ช่วงอายุ 50
เมื่อก้าวสู่วัยนี้ ผิวจะหย่อนคล้อยมากเป็นพิเศษเนื่องจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงโครงสร้างกระดูกและไขมันใต้ผิวมีการยุบตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผิวดูไม่อิ่มฟูและมีริ้วรอยลึก การฟื้นฟูจึงต้องอาศัยการผสมผสานหลายวิธี (Combination Therapy) เพื่อทั้งดึงชั้นผิวและเติมเต็มโครงสร้างให้กลับเข้าที่อีกครั้ง
รวม 12 วิธียกกระชับใบหน้า คืนผิวที่แลดูอ่อนเยาว์ให้คุณ
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีและหัตถการมากมายที่ถูกพัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและปลอดภัยที่สุด ทั้งนี้ คุณสามารถเลือกได้จาก 12 วิธีกกระชับใบหน้า คืนผิวที่แลดูอ่อนเยาว์ให้คุณได้ดังนี้
1. Ulthera SPT (อัลเทอร่า)
Ulthera SPT นวัตกรรมยืนหนึ่งเรื่องการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ผ่านการใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเฉพาะเจาะจง (Microfocused Ultrasound) ยิงลึกลงไปถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ไฮไลต์สำคัญคือหน้าจอแสดงผลแบบ Real-time ที่ทำให้คุณหมอเห็นโครงสร้างผิวภายในขณะทำหัตถการ ช่วยแก้ปัญหาผิวตก คิ้วตกและปรับกรอบหน้าให้คมชัดแบบเห็นผลยาวนาน
2. Thermage FLX (เทอร์มาจ)
หากปัญหาของคุณไม่ใช่แค่ความหย่อนคล้อย แต่รู้สึกว่าผิวเริ่มนิ่ม ไม่แน่นและมีไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือเหนียงเยอะ เทคโนโลยีนี้คือคำตอบ เพราะ Thermage คือการส่งพลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ลงไปเป็นก้อนพลังงานขนาดใหญ่ครอบคลุมทุกชั้นผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และทำให้คอลลาเจนเดิมหดตัวทันที ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่ดูแน่น (Tightening) รูขุมขนเล็กลง และผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างชัดเจน เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีเนื้อหน้าเยอะและต้องการปรับรูปหน้าให้เล็กลงพร้อมกับงานผิวที่ดูสุขภาพดี
3. Ultraformer III
เครื่องมือกลุ่ม High Intensity Focused Ultrasound (HIFU) ที่ใช้เทคโนโลยี MMFU ในการส่งพลังงานลงไปช่วยยกกระชับผิวและสลายไขมันใต้ชั้นผิวได้ในเครื่องเดียว แม้ผลลัพธ์ความเป๊ะอาจจะอยู่ได้ไม่ยาวนานเท่า Ulthera แต่ก็แลกมาด้วยความคุ้มค่าและราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ามาก สำหรับใครที่กังวลและมักตั้งคำถามว่าเจ็บไหม ตัวเครื่อง Ultraformer III ถูกพัฒนามาให้ปล่อยพลังงานได้เสถียรและเร็วขึ้น ทำให้ความรู้สึกเจ็บน้อยลงจนอยู่ในระดับที่ทนได้สบายๆ แถมยังเห็นผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำประมาณ 10 – 20% เหมาะมากสำหรับสายบิวตี้ที่ต้องการคงความกระชับของหน้าแบบสม่ำเสมอ
4. Morpheus 8
นวัตกรรมที่กำลังมาแรงที่สุดในวงการความงามระดับโลก เพราะ Morpheus คือเทคโนโลยีที่รวมเอาพลังงานคลื่นวิทยุ (Fractional RF) ส่งผ่านเข้าสู่ชั้นผิวด้วยเข็มขนาดเล็กเคลือบทองคำ สามารถปรับระดับความลึกได้ตามปัญหาผิวของแต่ละคน จุดเด่นที่ไม่เหมือนใครคือการช่วยหดกระชับไขมันใต้ผิวพร้อมกับจัดระเบียบชั้นผิวใหม่ (Dermal Remodeling) ทำให้ช่วยแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ควบคู่ไปกับการรักษารูขุมขนกว้าง รอยยับของผิว และรอยแผลเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการงานผิวที่เนียนกริบและตึงกระชับไปพร้อม ๆ กัน
5. Sculptra
Sculptra คือสารในกลุ่มอนุภาค PLLA ซึ่งเป็นกลุ่ม Biostimulator ตัวแรกของโลกที่ได้รับการรับรองจาก US-FDA หน้าที่หลักของมันไม่ใช่การเข้าไปเติมเต็มเหมือนฟิลเลอร์ แต่เป็นการเข้าไปปลุกร่างกายให้ผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะคอลลาเจนชนิดที่ 1 (Type 1) ที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและแข็งแรง ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำหัตถการนี้คือผิวจะค่อยๆ แน่นขึ้น ดูอิ่มฟู และยกกระชับจากโครงสร้างภายในแบบค่อยเป็นค่อยไป หน้าจะแลดูเด็กลงและผิวแลดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ
6. Radiesse
Radiesse สารเติมเต็มชนิดพิเศษที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในกลุ่ม CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ซึ่งมีความพิเศษคือให้ผลลัพธ์แบบ Multi-action ด้านหนึ่งทำหน้าที่เป็นสารเติมเต็มช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับผิวในทันที ส่วนอีกด้านจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเส้นใยอิลาสตินและคอลลาเจนใหม่ได้สูงถึง 5 ประการ ทำให้ผิวที่เคยหย่อนยานยืดหยุ่นขึ้น มีความเด้งเหมือนผิวเด็ก และช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้นในระยะยาว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทั้งความอิ่มฟูและการยกกระชับไปพร้อมกัน
7. Botox (โบท็อก)
การใช้สาร Botulinum Toxin เข้าไปเพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อส่วนที่ดึงผิวลง โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้าจะช่วยให้แนวกรามดูชัดและใบหน้าดูเชิดขึ้น สำหรับคำถามที่ว่า Botox ต้องฉีดบ่อยแค่ไหนถึงจะช่วยยกกระชับใบหน้าได้นั้น โดยทั่วไปจะแนะนำให้กลับมาดูแลซ้ำทุก 4 – 6 เดือน เพื่อรักษาผลลัพธ์ในการลดริ้วรอยและประคองความกระชับของรูปหน้าให้คงที่อยู่เสมอ
8. Filler (ฟิลเลอร์)
ฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid คือการแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะในกรณีที่กระดูกใบหน้ายุบตัวลงตามวัย การใช้ฟิลเลอร์ในจุดยึดเกาะใบหน้า (Lifting Points) จะช่วยพยุงผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกตัวขึ้นทันทีหลังทำ ทั้งยังช่วยเติมเต็มส่วนที่ฝ่อตัวลง เช่น ขมับหรือร่องแก้ม ให้กลับมาแลดูสดใสและอิ่มเอิบขึ้น
9. ร้อยไหม (Thread Lifting)
หากต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่รวดเร็วและเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน การร้อยไหมคือวิธีที่ตอบโจทย์ที่สุดอีกวิธีหนึ่ง โดยการใช้ไหมละลายที่มีเงี่ยงขนาดเล็กสอดลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อเกี่ยวพยุงและดึงผิวขึ้นตามทิศทางที่คุณหมอกำหนด นอกจากจะช่วยดึงหน้าที่หย่อนให้ตึงขึ้นทันทีแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการสร้างพังผืดดีรอบ ๆ เส้นไหม ทำให้ผิวแข็งแรงและกระชับขึ้นอย่างต่อเนื่อง
10. Exilis Elite Lift
สำหรับคนที่มองหาวิธียกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องใช้เข็มและไม่เจ็บตัว Exilis Elite Lift เครื่องนี้ใช้พลังงานผสมผสานระหว่าง Monopolar RF และ Ultrasound ส่งความร้อนลงลึกเพื่อสลายไขมันส่วนเกินสะสมตามแก้มและใต้คาง พร้อมกับกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวเรียบเนียนขึ้น เหมาะสำหรับการทำควบคู่ไปกับหัตถการอื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
11. Facelift (ผ่าตัดยกกระชับหน้า)
ในรายที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยรุนแรงจนวิธีอื่น ๆ ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ การผ่าตัดดึงหน้าคือทางเลือกสุดท้ายที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด เป็นการตัดผิวหนังส่วนเกินที่ห้อยย้อยออกและเย็บตึงที่ชั้น SMAS โดยตรง แม้จะต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะมีความยั่งยืนและทำให้ใบหน้าดูเด็กลงไปได้หลายสิบปี
12. ยกกระชับใบหน้าแบบธรรมชาติ
สำหรับคนที่ยังไม่อยากทำหัตถการ การดูแลตัวเองพร้อมกับทำวิธีการยกกระชับเหล่านี้ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง เช่น
- โยคะหน้า ช่วยฝึกกล้ามเนื้อใบหน้าเพื่อสร้างความแข็งแรงและยืดหยุ่น
- นวดยกกระชับใบหน้า ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดและทำให้ผิวดูสดใส
- กัวซา (Gua Sha) เทคนิคการนวดเพื่อลดอาการบวมน้ำและช่วยปรับรูปหน้าให้ดูชัดขึ้น
- ทาครีมบำรุง เลือกสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Peptide, Retinol หรือวิตามินซี ช่วยให้ใบหน้ายกกระชับและแลดูอ่อนเยาว์ลง
- ดื่มน้ำเพียงพอและพักผ่อนให้เพียงพอ ข้อนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้เซลล์ผิวซ่อมแซมตัวเองได้ดีที่สุด
แล้ววิธียกกระชับใบหน้าแบบไหนที่เหมาะกับคุณ?
การตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีหรือหัตถการเพื่อแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย อาจเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับหลายคน เพราะนวัตกรรมในปัจจุบันมีทางเลือกที่หลากหลายมาก หัวใจสำคัญในการเลือกไม่ได้อยู่ที่ว่าเครื่องไหนแพงที่สุด หรือวิธีไหนกำลังเป็นกระแสที่สุด แต่อยู่ที่การวิเคราะห์ว่า ต้นเหตุของความหย่อนคล้อยบนใบหน้าของคุณเกิดจากอะไร เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น Dr. Bank Clinic ได้สรุปวิธีที่เหมาะกับคุณมาให้แล้ว ดังนี้
| วิธีการยกกระชับ | ปัญหาผิวที่เหมาะสม | งบประมาณ | ระยะเวลาเห็นผล |
| Ulthera SPT | หน้าหย่อนคล้อยมาก คิ้วตก เน้นดึงหน้าชั้นลึก (SMAS) | สูง | 2 – 3 เดือน และอยู่ได้นานถึง 1 ปี |
| Thermage FLX | ผิวนิ่มไม่แน่น มีไขมันแก้มและหนียงเยอะ | สูง | 2 – 3 เดือน และอยู่ได้ 1 ปี |
| Ultraformer III | หน้าหย่อนคล้อยเริ่มต้น – ปานกลาง และต้องการความคุ้มค่า | ปานกลาง | 1 เดือน แนะนำให้ทำซ้ำทุก 6 เดือน |
| Morpheus 8 | ผิวหย่อนคล้อยร่วมกับริ้วรอยยับ รูขุมขนกว้างและผิวไม่เนียน | ปานกลาง-สูง | 1 – 3 เดือน |
| Sculptra | ผิวฝ่อ ขาดคอลลาเจน ต้องการหน้าอิ่มฟูแบบธรรมชาติ | ปานกลาง-สูง | 3 สัปดาห์ – 3 เดือน และผิวจะค่อย ๆ ดูยกกระชับขึ้น |
| Radiesse | ผิวขาดความยืดหยุ่น ต้องการเติมวอลลุ่มและยกกระชับ | ปานกลาง-สูง | เห็นผลบางส่วนทันที และดีขึ้นใน 1 เดือน |
| Botox | กรอบหน้าไม่ชัดจากกล้ามเนื้อดึงผิว ริ้วรอยจากการขยับหน้า | เริ่มต้นต่ำ | 1 – 2 สัปดาห์ |
| Filler | หน้าตอบ ร่องแก้มลึก กระดูกยุบตัวตามวัย | ปานกลาง | เห็นผลทันทีหลังทำ |
| ร้อยไหม | ต้องการดึงแก้มย้อยให้ยกขึ้นทันที เก็บกรอบหน้าชัดเจน | ปานกลาง | เห็นผลทันทีหลังทำ |
| Exilis Elite | ไขมันแก้มเยอะ ต้องการยกกระชับแบบไม่ใช้เข็มและไม่เจ็บ | ต่ำ-ปานกลาง | 1 – 2 เดือน แนะนำให้ทำต่อเนื่อง |
| Facelift (ผ่าตัด) | ผิวหย่อนคล้อยรุนแรงมาก วิธีอื่นไม่ได้ผลและต้องการผลถาวร | สูงมาก | 3 – 6 เดือน |
| วิธีธรรมชาติ | ป้องกันความหย่อนคล้อยเริ่มต้น ช่วยดูแลสุขภาพผิวระยะยาว | ต่ำ (ทำเองได้) | 6 เดือนขึ้นไป จำเป็นต้องวินัยสูงในการทำ เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน |
รีวิวยกกระชับใบหน้าและแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยที่ Dr. Bank Clinic
ที่ Dr. Bank Clinic เราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์โครงหน้าแบบรายบุคคล เพราะเราเชื่อว่าใบหน้าของแต่ละคนมีเอกลักษณ์และต้นเหตุของความหย่อนคล้อยที่ไม่เหมือนกัน คุณหมอจะประเมินตั้งแต่โครงสร้างกระดูกจนถึงชั้นผิว เพื่อเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัยที่สุด


สรุปบทความ
ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องยอมรับตามสภาพเสมอไป ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการยกกระชับใบหน้า มากมายที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือพลังงาน การเติมเต็มใบหน้าด้วยสารเติมเต็มหรือแม้แต่การปรับพฤติกรรม หัวใจสำคัญคือการเลือกวิธีที่ตรงกับสาเหตุและช่วงวัย เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาคุ้มค่าและดูดีที่สุดในแบบที่เป็นคุณ
อย่างไรก็ตาม หากคุณยังไม่แน่ใจว่าปัญหาหน้าหย่อนคล้อยควรจะต้องแก้ยังไง ให้เหมาะกับรูปหน้าคุณที่สุด สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ Dr. Bank Clinic ได้เลย! เราพร้อมดูแลและให้คำปรึกษาอย่างละเอียดทุกเคส หรือจะแอดไลน์มาที่ @dr.bankclinic เพื่อขอรับคำปรึกษาได้เลย คุณหมอตอบเองทุกเคส!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
อายุเท่าไหร่ควรเริ่มทำหัตถการยกกระชับใบหน้า?
จริง ๆ แล้วไม่มีอายุที่ตายตัว แต่แนะนำให้เริ่มได้ตั้งแต่ช่วงอายุ 25 – 30 ปี เพราะเป็นช่วงที่คอลลาเจนเริ่มลดลง การเริ่มทำตั้งแต่วันที่ปัญหายังไม่มากจะช่วย Prejuvenation หรือการสตาฟความเด็กไว้ได้นานกว่า
ผู้หญิงและผู้ชายสามารถยกกระชับด้วยวิธีเดียวกันได้ไหม?
สามารถทำได้เหมือนกัน แต่เทคนิคในการปรับรูปหน้าจะต่างกัน ผู้ชายมักจะเน้นโครงหน้าที่มีความคมชัด (Masculine look) ส่วนผู้หญิงจะเน้นความละมุนและอ่อนเยาว์
ทำหลายวิธีพร้อมกันได้หรือไม่ และมีข้อควรระวังอะไร?
สามารถทำควบคู่กันได้เพื่อให้ผลลัพธ์เสริมกัน เช่น ทำ Ulthera เพื่อยกชั้นลึก แล้วเติม Filler เพื่อเก็บรายละเอียดชั้นตื้น อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อจัดลำดับขั้นตอนการรักษาที่ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด




