ปัญหาหน้าหมองคล้ำยังพอเมคอัพกลบได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องความหย่อนคล้อย ผิวไม่เฟิร์มกระชับหรือกรอบหน้าเริ่มหาย บอกเลยว่าเมคอัพไหนก็ช่วยไม่ได้ หลายคนจึงมองหาหัตถการกลุ่มยกกระชับใบหน้า แต่คำถามยอดฮิตที่หมอมักจะโดนถามตลอดคือ Ultraformer vs Ulthera สองตัวนี้มันต่างกันยังไง? ในเมื่อเป็นคลื่นเสียง (Ultrasound) เหมือนกัน แล้วแบบไหนจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากกว่ากัน ในบทความี้ Dr. Bank Clinic จะมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายที่สุดกัน
Ultraformer คืออะไร
Ultraformer คือนวัตกรรมยกกระชับใบหน้า และสลายไขมันส่วนเกินที่พัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยี HIFU ทั่วไป โดยใช้ระบบที่เรียกว่า MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) โดยจะปล่อยพลังงานลงลึกได้หลายระดับ ตั้งแต่ผิวชั้นบน ชั้นไขมัน ไปจนถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่หมอศัลยกรรมใช้ผ่าตัดดึงหน้า เมื่อเนื้อเยื่อภายในเกิดการหดตัวและยกกระชับขึ้นทันที พร้อมกับกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวค่อย ๆ แน่นและตึงกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้เข็มหรือผ่าตัดเลย
ข้อดีของการทำ Ultraformer
จุดเด่นของตัวนี้คือความคุ้มค่าและมีความยืดหยุ่นในการรักษาค่อนข้างสูง เพราะมีหัวยิงหลายระดับความลึก นอกจากนี้ยังมีข้อดีอื่น ๆ อีก เช่น
- ราคาเข้าถึงง่าย เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีกลุ่มเดียวกัน ถือว่าประหยัดงบได้มากกว่า
- เจ็บน้อยกว่า พลังงานที่ปล่อยออกมามีความเสถียร ทำให้คนไข้รู้สึกสบายผิวมากกว่าขณะทำ
- หัวยิงพิเศษ มีหัวยิงขนาดเล็ก (Cherry Pink) ที่เข้าถึงบริเวณแคบ ๆ อย่างรอบดวงตาหรือมุมปากได้ดี
- เห็นผลไว หลังทำจะรู้สึกว่าผิวยกขึ้นทันทีประมาณ 10 – 20%
ข้อเสียของการทำ Ultraformer
แม้จะทำได้ดีมากในเรื่องความคุ้มค่า แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง เช่น
- ผลลัพธ์ไม่ยาวนานเท่า อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง
- ต้องทำบ่อยกว่า เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้คงที่ อาจจะต้องมาทำซ้ำทุก ๆ 6 เดือน
- ไม่มีหน้าจอ Real-time คุณหมอต้องอาศัยความชำนาญในการกะระยะความลึกจากประสบการณ์

Ulthera คืออะไร
Ulthera คือนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็น Gold Standard ของการยกกระชับผิว โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเฉพาะเจาะจง (High Intensity Focused Ultrasound) ส่งพลังงานความร้อนขนาด 1 มม. ลงลึกแม่นยำถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นกล้ามเนื้อส่วนบนที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอแสดงภาพชั้นผิวแบบ Real-time ช่วยให้หมอมองเห็นโครงสร้างใต้ผิวหนังของคนไข้ขณะยิงพลังงาน ทำให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ ตรงจุดและปลอดภัย ช่วยแก้ปัญหา หน้าหย่อนคล้อยได้ลึกถึงต้นตอและให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดในปัจจุบัน
ข้อดีของการทำ Ulthera
พลังงานที่ลงลึกถึงชั้น SMAS ช่วยให้หมอสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างชัดเจน และมั่นใจได้ว่าคนไข้จะได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับการลงทุนที่สุด
- มีหน้าจอแสดงผล คุณหมอสามารถมองเห็นชั้นผิวของคนไข้ผ่านหน้าจอได้แบบ Real-time ทำให้ยิงพลังงานได้แม่นยำ ไม่เสี่ยงโดนกระดูกหรือเส้นประสาท
- ผลลัพธ์ยาวนาน ทำเพียงครั้งเดียว ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปี
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน พลังงานมีความเข้มข้นสูงมาก ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในได้ดีเยี่ยม
- ยกกระชับชัดเจน เหมาะมากสำหรับคนที่มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ค่อนข้างมาก
ข้อเสียของการทำ Ulthera
ด้วยประสิทธิภาพที่สูง ก็แลกมาด้วยปัจจัยบางอย่างเช่นกัน ได้แก่
- ความรู้สึกขณะทำ มักจะรู้สึกเจ็บหรือจี๊ด ๆ ใต้ผิวมากกว่า Ultraformer
- ราคาสูง เป็นหัตถการที่มีราคาสูงที่สุดในกลุ่มเครื่องยกกระชับ
- ใช้เวลาทำนาน เนื่องจากต้องใช้ความละเอียดสูงในการดูหน้าจอและวางตำแหน่งหัวยิง
เจาะลึกความแตกต่าง Ultraformer vs Ulthera ต่างกันยังไง?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน หมอสรุปเปรียบเทียบ Ulthera กับ Ultraformer ต่างกันยังไง มาให้ในตารางนี้แล้ว
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Ultraformer III | Ulthera SPT |
| เทคโนโลยี | MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) | High Intensity Focused Ultrasound |
| ความลึกของพลังงาน | 1.5mm, 2.0mm, 3.0mm, 4.5mm ส่งพลังงานเป็นจุดไข่ปลาเล็ก ๆ | 1.5mm, 3.0mm, 4.5mm ส่งพลังงานเป็นจุดขนาดใหญ่และแน่นกว่า |
| ระยะเวลาผลลัพธ์ | คงผลลัพธ์ได้นานถึง 6 เดือน – 1 ปี | คงผลลัพธ์ได้นานถึง 1 ปี – 1.5 ปี |
| จุดเด่น | ราคาน่ารัก รู้สึกเจ็บน้อยขณะทำหัตถการ มีหัวพิเศษเก็บรายละเอียด | มีหน้าจอ Real-time ช่วยยกหน้าได้เป๊ะกว่าในระยะยาว |
Ultraformer vs Ulthera แบบไหนเจ็บกว่ากัน?
ถ้าถามเรื่องความเจ็บ ต้องยอมรับว่า Ulthera มักจะให้ความรู้สึกที่ลึกและหน่วงกว่า เนื่องจากขนาดของจุดพลังงาน (Energy Node) ใหญ่กว่าและพลังงานมีความเข้มข้นสูงกว่า ส่วน Ultraformer จะให้ความรู้สึกจี๊ด ๆ กระจายตัวได้ดีกว่า ทำให้ความเจ็บอยู่ในระดับที่ทนได้สบาย ๆ อย่างไรก็ตาม ที่ Dr. Bank Clinic เรามีการแปะยาชาและมีเทคนิคการผ่อนคลายคนไข้ ช่วยลดความกังวลเรื่องความเจ็บไปได้เยอะ
Ultraformer vs Ulthera แบบไหนให้ผลลัพธ์ได้นานกว่ากัน?

ในแง่ของความคงทน Ulthera ชนะขาด เพราะพลังงานที่ลงลึกและแน่นจะช่วยสร้างตาข่ายคอลลาเจนที่แข็งแรงกว่า อยู่ได้นานประมาณ 1 ปีขึ้นไป ในขณะที่ Ultraformer จะค่อย ๆ สลายตัวเร็วกว่าเล็กน้อย เหมาะกับคนที่เน้นการ Maintain ผิวอย่างต่อเนื่อง
เลือกทำ Ultraformer vs Ulthera แบบไหนดี?
ถ้ายังเลือกไม่ถูก หมอขอแนะนำแบบนี้
- เลือก Ultraformer หากอายุน้อย 20 – 30 ปี เริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อยเล็กน้อย ต้องการกรอบหน้าชัดแบบเร่งด่วนในราคาที่คุ้มค่า หรือต้องการเก็บรายละเอียดจุดเล็ก ๆ
- เลือก Ulthera หากอายุ 30 – 40 ปีขึ้นไป หรือมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยชัดเจน ต้องการผลลัพธ์ที่แม่นยำและขี้เกียจมาทำบ่อย ๆ ปีละครั้งจบ
รีวิวโปรแกรมยกกระชับ Ultraformer III ที่ Dr. Bank Clinic
ที่ Dr. Bank Clinic เราใช้เครื่อง Ultraformer III ของแท้มาตรฐานสากล คุณหมอจะประเมินรูปหน้าเคสต่อเคส เพื่อเน้นการยิงในจุดที่คนไข้กังวล เช่น เหนียง ร่องแก้มหรือการยกคิ้ว ผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ หน้าไม่แข็ง และผิวดูสุขภาพดีขึ้นทันที

รีวิวโปรแกรมยกกระชับ Ulthera SPT ที่ Dr. Bank Clinic
Dr. Bank Clinic ใช้เครื่อง Ulthera SPT ใช้หน้าจอ Scan ผิวเพื่อวางแผนการยิงให้เหมาะสมกับความหนาชั้นผิวของแต่ละบุคคล ทำให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลข้างเคียงได้ดีเยี่ยม คนไข้ส่วนใหญ่ประทับใจที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้าได้ชัดเจนมากหลังจากผ่านไป 2 – 3 เดือน

สรุปบทความ
หากถามว่า Ultraformer กับ Ulthera ต่างกันยังไง ทั้งคู่ถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยยกกระชับใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องง้อการศัลยกรรม แต่ถ้าถามว่าควรเลือกเครื่องไหนดีกว่ากันนั้น ต้องบอกเลยว่า ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งงบประมาณในกระเป๋า ระดับความหย่อนคล้อยของผิวและความกังวลเรื่องความเจ็บของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือการได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างหน้าอย่างละเอียดก่อนเริ่มทำ เพราะบางเคสการใช้ทั้งสองเทคโนโลยีร่วมกัน ทั้งนี้ก็เพื่อผลลัพธ์คุ้มค่าและลงตัวกับใบหน้าของคุณมากที่สุด เพื่อผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์และมั่นใจได้อีกครั้ง
หากคุณยังลังเลว่าหน้าเราเหมาะกับเครื่องไหนมากกว่ากัน หรืออยากให้หมอช่วยประเมินการวางแนวทางการรักษาที่คุ้มค่าที่สุด สามารถแอดไลน์มาได้ที่ @dr.bankclinic หรือเข้ามาคุยกับหมอที่ Dr. Bank Clinic ได้ทุกวันเลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำ Ulthera แล้วทำ Ultraformer ซ้ำได้ไหม?
ทำได้ และเป็นวิธีที่หมอแนะนำสำหรับคนที่ต้องการคงสภาพผิวให้เป๊ะตลอดเวลา โดยอาจจะทำ Ulthera เป็นตัวหลักปีละครั้ง แล้วใช้ Ultraformer มาเก็บรายละเอียดหรือกระตุ้นซ้ำในช่วง 6 เดือนหลังจากนั้น
หลังทำเห็นผลทันทีเลยไหม?
ทั้งสองหัตถการเห็นผลทันทีประมาณ 10 – 20% จากการที่คอลลาเจนเดิมหดตัวด้วยความร้อน แต่จะเห็นผลชัดเจนที่สุด (Full Result) ในช่วง 2 – 3 เดือนหลังจากร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเต็มที่
ถ้ากลัวเจ็บมาก แนะนำตัวไหนมากกว่ากัน?
แนะนำเริ่มที่ Ultraformer III ก่อน เพราะจุดพลังงานเล็กกว่า ความรู้สึกเจ็บจะน้อยกว่ามาก แต่ถ้าต้องการทำ Ulthera จริง ๆ คุณหมอสามารถปรับระดับพลังงานและใช้วิธีช่วยลดความเจ็บเพื่อให้คนไข้สบายใจที่สุดได้




