บทความ
Article
โปรโมชั่นพิเศษ
Special
Promotions

ทำความรู้จัก Oligio คืออะไร? นวัตกรรมยกกระชับผิว ลดไขมันได้แบบไม่ต้องผ่าตัด

Oligio คืออะไร

ยุคนี้การดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป โดยเฉพาะปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรือไขมันส่วนเกินบนใบหน้าที่หลายคนกังวล ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ ไม่ต้องพักฟื้น และหนึ่งในนวัตกรรมที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมอย่างมากในคลินิกความงามชั้นนำคือ Oligio ซึ่งถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการเปลี่ยนผิวที่อ่อนแรงให้กลับมาตึงกระชับและดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง เพราะฉะนั้นในบทความนี้ Dr. Bank Clinic จึงจะพาคุณมาทำความรู้จักว่า Oligio คืออะไร มีกระบวนการทำงานอย่างไร และทำไมถึงกลายเป็นไอเทมลับที่คนอยากหน้าเรียวผิวเป๊ะต้องห้ามพลาด มาหาคำตอบไปพร้อมกันเลย 

Oligio คืออะไร 

Oligio คือนวัตกรรมยกกระชับผิวที่ใช้เทคโนโลยี Monopolar Radiofrequency (RF) ความถี่สูง ส่งพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ รวมถึงช่วยสลายไขมันสะสมส่วนเกินใต้ผิวหนัง โดยเครื่อง Oligio ถูกพัฒนาขึ้นจากประเทศเกาหลีใต้ ออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพผิวของคนเอเชียโดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยระบบ Cooling System ที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบนและลดความเจ็บขณะทำ ทำให้เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนที่ต้องการยกกระชับใบหน้าแบบสบายผิวและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน  

Oligio ช่วยเรื่องอะไรบ้าง 

การทำงานของ Oligio ไม่ได้ส่งผลแค่ชั้นผิวภายนอกเท่านั้น แต่เป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ซึ่งช่วยครอบคลุมปัญหาผิวได้หลากหลาย ดังนี้   

ยกกระชับใบหน้าและกรอบหน้า 

สำหรับใครที่มีความกังวลเรื่องใบหน้าดูหย่อนคล้อยหรือกรอบหน้าเริ่มไม่คมชัด พลังงาน Monopolar RF จาก Oligio จะส่งความร้อนลงลึกเพื่อเข้าไปทำให้เส้นใยคอลลาเจนที่เคยยืดตัวออกตามกาลเวลาเกิดการหดตัวกระชับขึ้นทันที (Collagen Tightening) ผลลัพธ์ที่ได้คือการยกกระชับใบหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติ ช่วยเก็บรายละเอียดบริเวณแนวขากรรไกร (Jawline) ให้ดูชัดเจนขึ้น รวมถึงช่วยแก้ปัญหาแก้มห้อยหรือเหนียงที่บดบังมิติของใบหน้า ให้กลับมาดูเรียวสวยและมีกรอบหน้าที่ชัดเจนกว่าเดิม

ฟื้นฟูผิว ลดริ้วรอย 

นอกจากการยกกระชับแล้ว Oligio ยังโดดเด่นมากในเรื่องการงานผิว เพราะพลังงานความร้อนจะทำหน้าที่เสมือนการปลุกเซลล์ผิวให้ตื่นตัว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาทดแทนส่วนที่เสื่อมสภาพไป ส่งผลให้ริ้วรอยเล็ก ๆ (Fine Lines) บนใบหน้าดูตื้นขึ้น รูขุมขนกระชับลง และสภาพผิวโดยรวมดูเนียนละเอียด อิ่มฟู เหมือนเป็นการรีเฟรชผิวให้กลับมาดูสดใสและมีสุขภาพดีจากโครงสร้างภายในจริง ๆ

สลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน 

ปัญหาแก้มยุ้ยหรือเหนียงย้อยที่ทำให้หน้าดูใหญ่ เครื่อง Oligio สามารถจัดการได้อย่างตรงจุด ด้วยพลังงานความร้อนที่เสถียรจะเข้าไปช่วยสลายเซลล์ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ใต้ชั้นผิว พร้อมกับปรับจัดเรียงเส้นใยผิวใหม่ไปในตัว ทำให้หลังทำนอกจากไขมันจะดูลดลงแล้ว ผิวบริเวณนั้นยังแน่นเฟิร์ม ไม่เกิดปัญหาผิวคล้อยหรือยับย่นหลังจากไขมันหายไปอีกด้วย 

Oligio เหมาะกับใคร? ใครควรทำเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด 

Oligio เป็นหัตถการที่ค่อนข้างครอบคลุม แต่จะเห็นผลลัพธ์ที่น่าประทับใจมากที่สุดในกลุ่มคนที่มีปัญหาดังต่อไปนี้  

Oligio เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง 
  • ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มเยอะ หรือมีปัญหาเหนียงใต้คาง 
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เป็น V-Shape โดยไม่ต้องการผ่าตัด 
  • ผู้ที่มีริ้วรอยรอบดวงตา หางตาตก หรือมีถุงใต้ตา 
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดูแน่นและอิ่มฟูขึ้น
  • ผู้ที่กลัวความเจ็บและไม่อยากใช้เวลาพักฟื้นนาน

Oligio สามารถทำบริเวณไหนได้บ้าง? 

เนื่องจากมีหัวทิป (Tip) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับพื้นที่ที่แตกต่างกัน Oligio จึงสามารถทำได้หลายจุดทั่วใบหน้าและลำคอ เช่น  

Oligio สามารถทำบริเวณไหนบ้าง

  • ใบหน้า แก้ม, ร่องแก้ม, ร่องน้ำตา 
  • รอบดวงตา เปลือกตาบน (ช่วยเรื่องตาตก), ใต้ตา (ลดริ้วรอยและถุงใต้ตา) 
  • กรอบหน้าและลำคอ เก็บกรอบหน้าให้ชัด, ลดเหนียง, กระชับผิวบริเวณลำคอ

ยกกระชับใบหน้าด้วย Oligio vs Thermage แบบไหนดีกว่ากัน? 

Oligio vs Thermage

สำหรับหัตถการยกกระชับใบหน้าระหว่าง Oligio vs Thermage นั้น ทั้งสองเครื่องใช้พลังงาน Monopolar RF เหมือนกัน แต่ความแตกต่างอยู่ที่ระดับพลังงาน และระดับความเจ็บระหว่างทำหัตถการ โดย Thermage FLX จะส่งพลังงานที่เข้มข้นและลงลึกกว่า เหมาะกับคนที่มีไขมันเยอะมากและต้องการทำครั้งเดียวจบในปีนั้น ส่วน Oligio จะให้ความรู้สึกที่สบายกว่า เจ็บน้อยกว่ามาก และราคาเข้าถึงง่ายกว่า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ใกล้เคียงกันแต่รับความเจ็บได้น้อย  

Oligio vs Ulthera เลือกแบบไหนดี? 

หากถามว่า Oligio vs Ulthera ควรเลือกตัวไหน ต้องดูที่ปัญหาผิวเป็นหลัก เพราะ Ulthera คือเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Micro-Focused Ultrasound) เน้นการยกกระชับที่ชั้น SMAS ชั้นเดียวกับที่หมอศัลยกรรมดึงหน้า เหมาะกับคนที่หน้าหย่อนคล้อยแต่ไขมันน้อย ส่วน Oligio จะเด่นเรื่องการสลายไขมันและงานผิวที่ดูแน่นฟูมากกว่า หากมีทั้งความหย่อนและไขมัน การทำควบคู่กันจะให้ผลลัพธ์ที่เห็นชัดที่สุด   

Oligio vs HIFU เลือกแบบไหนดี? 

HIFU เป็นเทคโนโลยีคลื่นเสียงรุ่นเริ่มต้นที่ช่วยยกกระชับได้ดีในระดับหนึ่ง ราคาประหยัด แต่ผลลัพธ์มักอยู่ได้ไม่นานเท่า โดยจะอยู่ได้ประมาณ 3 – 6 เดือน ในขณะที่ Oligio ใช้พลังงาน RF ที่ช่วยเรื่องคุณภาพผิวและงานสลายไขมันได้ลึกและอยู่ได้นานกว่า ประมาณ 6 – 12 เดือน หากมีงบประมาณเพิ่มขึ้นอีกนิด Oligio จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว 

Oligio vs Botox เลือกแบบไหนดี? 

Botox เน้นการทำงานกับกล้ามเนื้อ เพื่อลดริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์หรือลดขนาดกราม แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องความกระชับของผิวหนังหรือการสลายไขมัน หากปัญหาเกิดจากผิวที่หย่อนหรือไขมันแก้มเยอะ การทำ Oligio จะตรงจุดกว่า แต่ทั้งสองอย่างสามารถทำร่วมกันได้เพื่อหน้าที่ดูเป๊ะทุกมิติ  

Oligio แตกต่างจากเทคโนโลยียกกระชับหน้าอื่น ๆ อย่างไร 

สิ่งที่ทำให้ Oligio แตกต่างจากเทคโนโลยียกกระชับหน้าอื่น ๆ คือ 3 นวัตกรรมหลักที่ถูกพัฒนาและคิดค้นมา ได้แก่ 

  • Intelligent Cooling System ระบบปล่อยก๊าซความเย็นเพื่อเคลือบปกป้องผิวชั้นบนตลอดเวลาขณะส่งพลังงานความร้อน ทำให้คุณรู้สึกสบายผิว ไม่ร้อนจี๊ดหรือแสบผิวเหมือนเครื่อง RF รุ่นเก่า
  • Vibration Technology ระบบสั่นสะเทือนที่ช่วยหลอกเส้นประสาทรับความรู้สึก ทำให้ความรู้สึกเจ็บลดลงจนหลายเคส ไม่ต้องแปะยาชา ก็สามารถทำได้สบาย ๆ
  • Real-time Temperature Sensor เซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิผิวแบบวินาทีต่อวินาที เครื่องจะหยุดปล่อยพลังงานทันทีหากอุณหภูมิผิวสูงเกินไป จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยและป้องกันการเกิดผิวไหม้ (Burn) ได้ 100%

วิธีการเตรียมตัวก่อนทำ Oligio  

สำหรับวิธีการเตรียมตัวก่อนทำไม่ยุ่งยาก เนื่องจากไม่ใช่การผ่าตัด โดยสามารถทำตามขั้นตอนได้ดังนี้ 

  • งดการทำเลเซอร์หรือหัตถการที่ใช้ความร้อนจัดบนใบหน้าประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ 
  • หากมีการฉีด Filler หรือ Botox มา ควรเว้นระยะประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ 
  • ดูแลผิวให้ชุ่มชื้น พักผ่อนให้เพียงพอ 
  • แจ้งประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ  

ขั้นตอนการทำหัตถการ Oligio 

สำหรับขั้นตอนการทำที่ Dr. Bank Clinic เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ตรงจุดที่สุด เพราะสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นก่อนเริ่มทำหัตถการ คุณหมอจะทำการวิเคราะห์และออกแบบการวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Case) เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับการยกกระชับที่เห็นผลชัดเจนและรู้สึกสบายผิวไปพร้อมกัน โดยมีขั้นตอนดังนี้ 

  • ปรึกษาและประเมินผิวหน้าก่อนทำ คุณหมอจะตรวจประเมินความหย่อนคล้อยและปริมาณไขมัน เพื่อกำหนดจุดที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ 
  • ทำความสะอาดผิว เจ้าหน้าที่จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมและกำจัดสิ่งสกปรกก่อนเริ่มขั้นตอน 
  • ทายาชา เพื่อบรรเทาอาการเจ็บระหว่างทำ และจะช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น 
  • ทำหัตถการโดยแพทย์ คุณหมอจะเริ่มใช้หัวทิปสัมผัสผิวและส่งพลังงานลงไป โดยในระหว่างทำจะมีระบบ Cooling ปล่อยความเย็นสลับกับความร้อนออกมาตลอดเวลา เพื่อปกป้องผิวและลดความเจ็บ ใช้เวลาทำประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวน Shot ที่ใช้ 

วิธีการดูแลตัวเองหลังทำ Oligio 

หลังทำเสร็จ สามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน หรือไปออกงานต่อได้ทันที แต่เพื่อให้พลังงานความร้อนที่ส่งลงไปทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและช่วยให้การสร้างคอลลาเจนใหม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด ก็มีข้อแนะนำในการดูแลตัวเองง่าย ๆ ดังนี้ 

การดูแลตัวเองหลังทำ Oligio

  • เติมความชุ่มชื้นให้ผิว เน้นทาครีมบำรุงผิว (Moisturizer) เป็นพิเศษในช่วงสัปดาห์แรก เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวได้เร็วขึ้นและดูอิ่มน้ำ 
  • ปกป้องผิวจากแสงแดด ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อถนอมผิวชั้นนอก
  • เลี่ยงความร้อนจัด ในช่วง 2 – 3 วันแรกหลังทำ แนะนำให้งดการล้างหน้าด้วยน้ำร้อนจัด รวมถึงการเข้าซาวน่าหรือการอบไอน้ำ เพื่อรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมใต้ชั้นผิว
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำวันละ 1.5 – 2 ลิตร จะช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูคอลลาเจนและระบบไหลเวียนทำงานได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ผิวดูเปล่งปลั่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจาก Oligio มีอะไรบ้าง 

หลายคนอาจจะกังวลว่าการส่งความร้อนลงลึกใต้ผิวจะทำให้ผิวมีปัญหาตามมาไหม? จริง ๆ แล้ว Oligio เป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูง ด้วยระบบเซนเซอร์ที่แม่นยำทำให้โอกาสเกิดผลข้างเคียงรุนแรงนั้นน้อยมาก อย่างไรก็ตาม หลังทำเสร็จอาจพบอาการที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ (Common Side Effects) ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานกำลังเข้าไปทำปฏิกิริยากับชั้นผิว ดังนี้ 

  • รอยแดงบริเวณผิวที่ทำ ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1 – 2 ชั่วโมงหลังทำ 
  • อาการบวมเล็กน้อย ในบางรายอาจมีอาการผิวดูระบมหรือบวมเล็กน้อย แต่อาการจะยุบตัวลงและกลับสู่สภาวะปกติภายใน 2 – 3 วันหลังทำ   
  • รู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิวหนังหลังจากทำเสร็จ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานกำลังทำหน้าที่กระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง 

โปรแกรมยกกระชับใบหน้า Oligio ราคาเท่าไหร่  

ราคาการทำ Oligio มักขึ้นอยู่กับปริมาณพลังงานหรือจำนวน Shot ที่ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาผิวในแต่ละจุด ซึ่งโดยปกติจะเริ่มที่ 300 Shots สำหรับการเก็บเหนียงหรือกรอบหน้า และ 600 Shots สำหรับการยกกระชับทั่วใบหน้า 

สำหรับใครที่กำลังมองหาความคุ้มค่า Dr. Bank Clinic มีโปรโมชั่นพิเศษสุดสำหรับคุณ Oligio 600 Shots แถมฟรี Ultraformer III 400 Shots ในราคาเพียง 25,990 บาท ยกกระชับผิวและกระตุ้นคอลลาเจนครอบคลุมทุกชั้นผิว เพื่อผลลัพธ์ที่สวยเป๊ะที่คุณต้องการ! 

รีวิวโปรแกรม Oligio ลดไขมัน ยกกระชับผิวที่ Dr. Bank Clinic

ที่ Dr. Bank Clinic เราให้ความสำคัญกับการประเมินรูปหน้าแบบเคสต่อเคสอย่างละเอียด เพราะโครงหน้าและปัญหาผิวของแต่ละคนมีความซับซ้อนที่ต่างกัน พลังงานที่ส่งลงไปจึงต้องได้รับการปรับจูนให้แม่นยำที่สุดเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ เสียงตอบรับจากคนไข้ส่วนใหญ่ที่เข้ามาสัมผัสประสบการณ์การยกกระชับใบหน้าด้วย Oligio ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่เจ็บอย่างที่คิด” และรู้สึกสบายผิวตลอดการทำหัตถการ หลายเคสสัมผัสได้ทันทีว่า “หน้าดูยกกระชับขึ้นทันทีหลังทำ” โดยเฉพาะจุดที่กังวลเป็นพิเศษอย่างบริเวณร่องแก้มที่ดูจางลง กรอบหน้ามีความชัดคม (Jawline) และเหนียงใต้คางดูเรียบเนียนขึ้นจนคนรอบข้างทักว่าไปทำอะไรมาทำไมหน้าดูเรียวและผิวดูใสขึ้น ซึ่งรีวิวเหล่านี้คือสิ่งยืนยันความตั้งใจของ Dr. Bank Clinic ที่อยากส่งมอบความมั่นใจคืนให้กับคนไข้ทุกท่าน

ยกกระชับหน้าด้วย Oligio

ยกกระชับหน้าด้วย Oligio

หลังทำ Oligio

ยกหน้า ลดไขมัน

สรุปบทความ 

Oligio คือทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตยุคใหม่ที่ต้องการความสวยแบบทางลัดแต่ต้องปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่งครับ นวัตกรรมนี้รวบรวมทั้งเรื่องการยกกระชับ การสลายไขมันส่วนเกินและงานฟื้นฟูผิวให้ละเอียดอิ่มฟูไว้ในเครื่องเดียว ด้วยเทคโนโลยีที่ออกแบบมาให้เจ็บน้อยลงจนไม่ต้องพึ่งยาชาและไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น ทำให้คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตและโชว์ผิวที่ดูเป๊ะขึ้นได้ทันทีหลังทำ

หากใครที่ยังลังเลว่าปัญหาผิวหรือความหย่อนคล้อยของตัวเองเหมาะกับเครื่องไหน หรือควรเลือกใช้จำนวน Shot เท่าไหร่ดี แนะนำให้เข้ามาปรึกษาหมอที่ Dr. Bank Clinic เพื่อวิเคราะห์โครงหน้าอย่างละเอียดให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ตรงจุดและพึงพอใจมากที่สุดในแบบที่เป็นคุณ หรือจะแอดไลน์ @dr.bankclinic มาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และให้คุณหมอประเมินเคสเบื้องต้นก่อนได้เลย! 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Oligio อันตรายไหม? 

ไม่อันตราย เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ผ่านการรับรองจากอย. ทั้งในไทย (Thai FDA), เกาหลี (KFDA) และอเมริกา (US FDA) มีระบบความปลอดภัยป้องกันผิวไหม้ในตัวเครื่อง  

Oligio เจ็บไหม? ต้องพักฟื้นนานเท่าไหร่? 

เจ็บน้อยมาก ส่วนใหญ่จะรู้สึกแค่อุ่น ๆ หรือเหมือนมียางดีดเบา ๆ ในบางจุด ไม่ต้องใช้ยาชาและไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถแต่งหน้าไปทำงานหรือไปธุระต่อได้เลย  

ทำ Oligio ครั้งเดียวเห็นผลไหม? 

เห็นผลทันทีประมาณ 15 – 20% หลังทำเสร็จ และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดในช่วง 2 – 3 เดือนเมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้นอย่างเต็มที่  

Oligio ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานไหม? 

ไม่ต้องพักฟื้นเลย ผิวอาจจะมีอาการระเรื่อสีชมพูเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองอย่างรวดเร็ว  

Oligio กี่ครั้งเห็นผล และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน? 

ทำเพียงครั้งเดียวก็เห็นผลลัพธ์ชัดเจน โดยผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวและการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล  

Oligio สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ เช่น Ultraformer หรือ Filler ได้ไหม? 

สามารถทำร่วมกันได้ เพื่อให้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ดียิ่งขึ้น แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อจัดลำดับก่อนหลังที่เหมาะสม  

วิธีเช็กเครื่อง Oligio แท้ ตรวจสอบได้อย่างไร? 

เครื่องแท้ต้องมีสติกเกอร์การันตีจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มีใบเซอร์ติฟิเคตแสดงในคลินิก และสามารถสแกน QR Code ตรวจสอบรหัสหัวทิปและตัวเครื่องผ่านระบบออนไลน์ได้เสมอ

cta-doctor